ความรัก>>> ความร้าย

posted on 17 Oct 2009 23:18 by love-of-mylife

วันนี้มีโอกาสไปแวะเวียนเยี่ยมเยือนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
แหวกฝูงชน เดินไป เดินมา พลิกไปมาเจอหนังเรื่องพระอานนท์ พุทธอนุชา
หยิบขึ้นมาอ่านดูก็ให้เจอะ เจอ ข้อความจับกระแทกเข้าไปถึงหัวใจ

 “ความรักก็เหมือนการจับไฟนั่นแหละ
ทางที่จะไม่ให้มือพองเพราะไฟเผามีอยู่ทางเดียว คืออย่าจับไฟ อย่าเล่นกับไฟ
ทางที่จะปลอดภัยจากรักก็ฉันนั้น มีอยู่ทางเดียวคืออย่ารัก


 

จริงทีเดียว ในจักรวาลนี้ไม่มีไฟอะไรร้อนแรงและดับยากเท่าไฟรัก
ความรักเป็นความเรียกร้องของหัวใจ
มนุษย์เราทำอะไรลงไปเพราะเหตุเพียงสองอย่างเท่านั้น
คือเพราะหน้าที่อย่างหนึ่ง
และเพราะความเรียกร้องของหัวใจอีกอย่างหนึ่ง
ประการแรก แม้จะทำสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง
มนุษย์ก็ไม่ค่อยจะเดือดร้อนเท่าใดนัก
เพราะคนส่วนมากหาได้รักหน้าที่เท่ากับความสุขส่วนตัวไม่
แต่สิ่งที่หัวใจเรียกร้องนี่ซิ ถ้าไม่สำเร็จ
หรือไม่สามารถสนองได้ หัวใจจะร่ำร้องอยู่ตลอดเวลา
มันจะทรมานไปจนกว่าจะหมดฤทธิ์ของมันหรือมนุษย์ผู้นั้นตายจากไป

"ไม่ควรปล่อยตนให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความรัก
เพราะการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทรมาน
แลเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย
ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจ
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
"

จากหนังสือพระอานนท์ พุทธอนุชา
บทที่ 3 ความรัก ความร้าย
อ. วศิน อินทสะ

เป็นตอนที่นางทาสี(ทาส) คนหนึ่งมาหลงรักพระอานนท์ จนตามมาบวชเป็นภิษุณี
แต่บวชแล้ว ก็ทำได้แค่เพียงกายเพราะไม่อาจบังคับจิตใจให้หยุดความรักที่มีต่อพระอานนท์ได้
นางทุกข์พระความรักจนคิดรำพึงรำพันกับตัวเองว่า


เมื่อก่อนบวชก็เป็นทาสทางกาย พอปลีกจากทาสทางกายมาได้ก็มาตกเป็นทาสทางใจเข้าอีก
แน่นอนทีเดียว ผู้ใดตกอยู่ในความรัก ดวงใจผู้นั้นย่อมเป็นทาส ทาสของความรัก
ทาสรักนั้น จะไม่มีใครสามารถช่วยปลดปล่อยได้ นอกจากเจ้าของดวงใจจะปลดปล่อยเอง


เมื่อทุกข์ดังนั้นนางจึงเข้าใจและระลึกถึงข้อความแรกที่พระอานนท์ได้กล่าวเตือนนางแต่แรกเริ่มเพื่อไม่ให้ถล้ำลึกลงไปกว่านี้ว่า

 “ความรักก็เหมือนการจับไฟนั่นแหละ
ทางที่จะไม่ให้มือพองเพราะไฟเผามีอยู่ทางเดียว คืออย่าจับไฟ อย่าเล่นกับไฟ
ทางที่จะปลอดภัยจากรักก็ฉันนั้น มีอยู่ทางเดียวคืออย่ารัก

เฮ้อ!!!  ยิ่งอ่านเจอตอนที่นางจะตัดใจย้ายไปจำวัดที่อื่นๆ ไม่ได้เจอพระอานนท์ 3 เดือนแต่พอมีเหตุให้ได้พบกันใหม่
ความรักก็ฟุ้งขึ้นในใจ (เหมือนตอนฉันไม่เจอคุณนานพบพานกันอีกทีก็รู้สึกเช่นนี้แล) ดังที่บรรยายไว้ว่า

ทันใดที่นางได้เห็นพระอานนท์ ความรักซึ่งสงบตัวอยู่ก็ฟุ้งขึ้นมาอีก
คราวนี้ดูเหมือนจะรุนแรงยิ่งกว่าคราวก่อน
เพราะเป็นเวลาสามเดือนแล้วที่นางมิได้เห็นพระอานนท์
ความรักที่ทำท่าจะสงบลงนั้น
มันเป็นเหมือนติณชาติซึ่งถูกลิดรอน ณ เบื้องปลาย
เมื่อขึ้นใหม่ย่อมขึ้นได้สวยกว่า มากกว่า
และแผ่ขยายโตกว่า

เรื่องราวตอนนี้จะจบลงอย่างไร ติดตามอ่านได้ที่
http://www.larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/001810.htm

ส่วนเรื่องราวของฉันกับคุณ
i know.... it's over.